ปลากะพงดำ ทะเล

คุณสมบัติสินค้า:

หากเอ่ยชื่อปลากะพงดำ หรือบางพื้นที่เรียกกันว่า ปลาหม้อแตก,  กะพงขี้เซา, กะพงแสม, อีโป้, ใบไม้ตะกรับทะเล, หรือ กูกู

Share

หมวดหมู่ : ปลาทะเล

Share

ปลากะพงดำ ทะเล

 

หากเอ่ยชื่อปลากะพงดำ หรือบางพื้นที่เรียกกันว่า ปลาหม้อแตก,  กะพงขี้เซา, กะพงแสม, อีโป้, ใบไม้, ตะกรับทะเล, หรือ กูกู ที่หลายคนคงไม่ค่อยคุ้นเท่ากับปลากะพงขาวที่ได้รับความนิยมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการนำมาปรุงอาหาร การเพราะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ แต่จริง ๆ แล้วปลากะพงทั้งสองประเภทก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกัน (ยกเว้นสี) จะแตกต่างกันบ้างตรงรสชาติของเนื้อ (เรื่องรสชาติเอาไว้จะกล่าวถึงตอนท้าย)

กะพงดำนอกจากจะมีผิวสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม บางทีก็จะอมเหลือง ลำตัวก็จะแบน หัวจะสั้นกว่าความลึกลำตัว ปากจะอยู่แนวเดียวกับตา ปากยังมีความกว้างในลักษณะเฉียงขึ้น ครีบหลังเป็นครีบเดี่ยวปลายแหลม ซึ่งครีบหลัง, ก้น, หาง, จะมีขนาดเท่ากันหมดทำให้ดูเหมือนว่ามี 3 หาง 

ขนาดที่ใหญ่เต็มที่คือย่าวประมาณ 110 เซนติเมตร มักจะอยู่อาศัย และแพร่พันธุ์ บริเวณปากน้ำ หรือเขตน้ำกร่อย รวมไปถึงทะเลในเขตร้อน กะพงชนิดนี้ ยังสามารถเปลี่ยนสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ เพื่อเป็นการพรางตัวเพื่อเป็นผู้ล่า หรือป้องกันการถูกล่า ธรรมชาติของมันยังมักจะลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ ตามกอขยะ หรือซังเหมือนใบไม้ เพื่อดักกินสัตว์ หรือปลาที่มีขนาดเล็กกว่า 

กะพงดำอาจจะพบเห็นได้ตามตลาดค้าส่งใหญ่ ๆ มักจะถูกเอาไปปนกับกะพงขาว หรืออ้างว่าเป็นกะพงทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่า และหากจะหาทานจริง ๆ ก็คงยาก นอกจากจะตกเอง

การตกนั้นก็ไม่ต่างจากการตกกะพงขาว แหล่งที่อยู่ของมัน ก็ตามบริเวณน้ำกร่อย แนวหินชายฝั่ง การใช้เบ็ดใช้ขนาด 8 ฟุตขึ้นไป รอก 2500-5000 สามารถใช้เหยื่อปลอมประเภทดำน้ำที่มีสีสันฉูดฉาด ช่วงที่เหมาะต่อการตกก็คือช่วงน้ำขี้น และลง

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องรสชาติกันบ้าง จริง ๆ แล้วรสชาติกะพงดำ ไม่ต่างจากกะพงขาวเท่าไหร่นัก แต่จะมีความมันมากกว่าเล็กน้อย และไม่นิยมนำมาประกอบอาหารประเภทแกงหรือต้มยำ เพราะรสชาติค่อนข้างจะจืดชืด เรื่องนี้จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “ปลาหม้อแตก” เพราะเมื่อแกงแล้วต้องโยนหม้อทิ้ง (ฮ่า) 

ดังนั้นหากจะนำไปทำอาหารควรเลือกเป็นทอด, ย่าง, เผา, เสิร์ฟกำน้ำจิ้มรสแซ่บจะอร่อยกว่า

ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของกะพงดำ จะไม่หล่อสวย เหมือนกะพงอื่น ๆ แต่ประโยชน์ในเรื่องสารอาหารก็ไม่ได้ด้อยกว่าแต่อย่างใด เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ซีลีเนียม ฯลฯ ยังช่วยในการบำรุงตับ ไตม้าม รวมไปถึงกระเพาะอาหาร ขับเสมหะ เรียกว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว